การที่โทรศัพท์มือถือ เครื่องโปรดของคุณ โทรศัพท์หาย ไปกะทันหัน เป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจและตื่นตระหนกได้ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ? เพราะในมือถือเครื่องเดียว มีทั้งข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสำคัญ รูปภาพ ความทรงจำ และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน แต่เมื่อรู้ตัวว่า โทรศัพท์หาย สิ่งแรกที่ควรทำคือ "ตั้งสติ" ครับ อย่าเพิ่งตกใจจนเกินไป เพราะในปัจจุบัน มีวิธีการและเครื่องมือมากมายที่จะช่วยให้คุณ ตามหาโทรศัพท์หาย หรืออย่างน้อยก็ปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณได้
ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ วิธีตามหาโทรศัพท์หาย ทั้งบน โทรศัพท์ Android และ iPhone, สิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าเครื่องถูกขโมย และเคล็ดลับการป้องกันไม่ให้ โทรศัพท์หาย ในอนาคต
ปัญหาเร่งด่วน! ทำอย่างไรเมื่อรู้ตัวว่า "โทรศัพท์หาย"
เมื่อพบว่า โทรศัพท์หาย ความรู้สึกแรกมักจะเป็นความตกใจ กังวล และอาจจะถึงขั้นทำอะไรไม่ถูก แต่จำไว้เสมอว่า "การตั้งสติ" คือสิ่งสำคัญที่สุด พยายามนึกย้อนไปว่าคุณใช้งานโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายที่ไหน อาจทำตกหล่นไว้หรืออาจจะถูกขโมย ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่คุณควรทำคือใช้เครื่องมือติดตามตำแหน่งที่อยู่ในตัวเครื่องของคุณให้เร็วที่สุด
เลือกซื้อสินค้าเพิ่มเติม: โทรศัพท์ Samsung รุ่นใหม่ล่าสุด มีทุกรุ่น ราคาถูก อัพเดท 2568
ตามหาโทรศัพท์ด้วยฟังก์ชันติดตามในตัวเครื่อง (Android & iPhone)
ระบบปฏิบัติการของ โทรศัพท์มือถือ ทั้ง Android และ iPhone มีฟังก์ชันติดตามตำแหน่งติดตั้งมาให้แล้ว ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการค้นหาโทรศัพท์หาย
โทรศัพท์ Android: ใช้ "Find My Device"
สำหรับโทรศัพท์ Android มีบริการที่เรียกว่า "Find My Device" ที่ช่วยให้คุณตามหาโทรศัพท์ได้ โดยโทรศัพท์เครื่องนั้นต้องเปิดเครื่องอยู่, เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Wi-Fi หรือข้อมูลมือถือ), เปิดตำแหน่ง (Location) และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ไว้ ที่สำคัญ ต้องเปิดฟังก์ชัน Find My Device ไว้ด้วย
-
วิธีเข้าใช้งาน: คุณสามารถเข้าถึงบริการ Find My Device ในแอป "Find My Device" บน โทรศัพท์ Android เครื่องอื่น แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google เดียวกับโทรศัพท์ที่หายไป
-
ฟังก์ชันหลัก:
- ดูตำแหน่ง: Find My Device จะแสดงตำแหน่งล่าสุดของโทรศัพท์บนแผนที่ หากเครื่องไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะแสดงตำแหน่งสุดท้ายที่ตรวจพบ
- เล่นเสียง: สั่งให้โทรศัพท์เล่นเสียงริงโทนเต็มความดังเป็นเวลา 5 นาที แม้จะตั้งค่าเป็นระบบสั่นหรือปิดเสียงไว้ เหมาะสำหรับกรณีที่ทำหายในบริเวณใกล้ๆ
- ล็อคอุปกรณ์: คุณสามารถสั่งล็อคโทรศัพท์จากระยะไกล พร้อมใส่ข้อความและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับไปแสดงบนหน้าจอ เพื่อให้คนเก็บได้ติดต่อคืน วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลของคุณได้
- ลบข้อมูล: เป็นมาตรการสุดท้าย หากไม่สามารถตามหาโทรศัพท์ที่หายไปได้จริงๆ คุณสามารถสั่งลบข้อมูลทั้งหมดบนโทรศัพท์ได้ เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล แต่หลังจากลบข้อมูลแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ Find My Device ในการติดตามตำแหน่งโทรศัพท์นั้นได้อีก
-
การค้นหาโทรศัพท์หายด้วย gmail: คือการใช้บัญชี Google (Gmail) ในการเข้าสู่ระบบ Find My Device นั่นเอง
โทรศัพท์ iPhone ใช้ "Find My"
สำหรับโทรศัพท์ Apple มีระบบติดตามที่เรียกว่า "Find My" สามารถช่วยตามหาโทรศัพท์หายได้ แม้เครื่องจะไม่ได้เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือข้อมูลมือถือ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายอุปกรณ์ Apple นับล้านเครื่องทั่วโลก (Find My network) แม้แต่โทรศัพท์ที่ปิดเครื่องอยู่ก็ยังหาได้
-
วิธีเข้าใช้งาน: คุณสามารถเข้าถึง Find My ได้ผ่านเว็บไซต์ icloud.com/find บนคอมพิวเตอร์ หรือใช้อุปกรณ์ Apple เครื่องอื่น แล้วเปิดแอป "Find My" แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เดียวกับ iphone ที่หาย
-
ฟังก์ชันหลัก:
- ดูตำแหน่ง: แสดงตำแหน่งล่าสุดของ iphone บนแผนที่
- เล่นเสียง: สั่งให้ iphone เล่นเสียงดังๆ เพื่อช่วยให้หาเจอ
- ทำเครื่องหมายว่าสูญหาย (Lost Mode): ล็อค iphone ด้วยรหัสผ่าน ป้องกันการเข้าถึงข้อมูล ระงับ Apple Pay แสดงข้อความที่คุณกำหนดพร้อมเบอร์ติดต่อกลับบนหน้าจอล็อค และเริ่มติดตามตำแหน่งของเครื่อง
- ลบข้อมูล iPhone: เป็นมาตรการสุดท้ายในการลบข้อมูลทั้งหมดบน iphone หากคาดว่าเครื่องจะไม่ได้คืน เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัว
เลือกซื้อสินค้าเพิ่มเติม คลิก โทรศัพท์ Realme (เรียวมี) ราคาถูก มีครบทุกรุ่น อัพเดทล่าสุด 2568
สิ่งที่ควรทำ หากสงสัยว่าโทรศัพท์ถูกขโมย
หากคุณเชื่อว่า โทรศัพท์หาย ไปเนื่องจากการถูกขโมย นอกจากการใช้ฟังก์ชันติดตามแล้ว ยังมีขั้นตอนเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
1. สั่ง "ล็อคโทรศัพท์หาย" และ "ล้างข้อมูลโทรศัพท์หาย" จากระยะไกล
ใช้ฟังก์ชัน "ล็อคอุปกรณ์" (บน Android Find My Device) หรือ "ทำเครื่องหมายว่าสูญหาย" (บน iPhone Find My) ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ขโมยเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ หากประเมินแล้วว่าไม่มีโอกาสได้เครื่องคืน ควรพิจารณาสั่งลบข้อมูลจากระยะไกล เพื่อล้างข้อมูลสำคัญทั้งหมดในเครื่อง แม้จะแลกกับการไม่สามารถติดตามตำแหน่งได้อีกต่อไป
2. ติดต่อค่ายมือถือ เพื่อ "บล็อกซิม"
รีบติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณโดยเร็วที่สุดเพื่อขอบล็อกซิม การบล็อกซิมจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำซิมของคุณไปใช้งาน โทรออก ส่งข้อความ หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือก่อให้เกิดผลเสียกับคุณได้ เมื่อแจ้งบล็อกซิมคุณอาจต้องให้ข้อมูลส่วนตัวและหมายเลข โทรศัพท์ที่หายไป
3. แจ้งความโทรศัพท์หาย
การไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ไม่ได้การันตีว่าจะได้โทรศัพท์คืนเสมอไป แต่มีความสำคัญในหลายกรณี เช่น หากคุณต้องการใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกัน, ต้องการหลักฐานในการขอซิมใหม่เบอร์เดิม หรืออาจจำเป็นสำหรับการดำเนินการขอให้ผู้ให้บริการเครือข่ายช่วยติดตาม ในการแจ้งความ อาจต้องใช้ข้อมูลสำคัญของโทรศัพท์ เช่น ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลข IMEI (สามารถตรวจสอบได้จากกล่อง โทรศัพท์ หรือใบเสร็จ) ตำรวจอาจช่วยตามหาโทรศัพท์หายด้วยเบอร์ IMEI ได้บ้าง แต่โอกาสขึ้นอยู่กับสถานการณ์และนโยบายของหน่วยงาน
4. เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีออนไลน์ที่สำคัญทั้งหมดทันที
เนื่องจากโทรศัพท์มือถือของคุณอาจมีการล็อกอินเข้าสู่บัญชีออนไลน์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ เช่น อีเมล, บัญชีโซเชียลมีเดีย (Facebook, Line, Instagram), บัญชีธนาคาร หรือแอปพลิเคชันการเงินอื่นๆ ควรรีบเข้าสู่ระบบบัญชีเหล่านั้นและเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ขโมยเข้าถึงข้อมูลสำคัญของคุณได้
วิธีป้องกันโทรศัพท์หาย
การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการตามหา นี่คือแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่โทรศัพท์มือถือของคุณจะหายไปและเพิ่มโอกาสในการตามคืนโทรศัพท์ที่หายได้ง่ายขึ้น
- ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง: ใช้รหัสผ่าน ตัวเลข, Touch ID หรือ Face ID
- เปิดใช้งานฟังก์ชันติดตามเสมอ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า "Find My Device" (สำหรับ Android) หรือ "Find My" (สำหรับ iPhone) เปิดใช้งานอยู่เสมอ และอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งได้
- จดหมายเลข IMEI: หมายเลข IMEI เป็นรหัสเฉพาะของโทรศัพท์แต่ละเครื่อง สามารถกด *#06# เพื่อดูได้ และควรจดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย มีประโยชน์ในการแจ้งความหรือบล็อกเครื่อง
- สำรองข้อมูลเป็นประจำ: สำรองข้อมูลสำคัญในโทรศัพท์ไปยัง Cloud หรือคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายหากเครื่องหาย
- ระมัดระวังในการใช้งานในที่สาธารณะ: อย่าทิ้งโทรศัพท์ไว้โดยไม่มีใครดูแลในที่สาธารณะ และระมัดระวังเมื่อใช้งานโทรศัพท์ขณะเดินทาง หรืออยู่ในที่ที่คนพลุกพล่าน
- ตั้งค่าแสดงข้อมูลติดต่อบนหน้าจอล็อค: หากเครื่องหายและมีคนเก็บได้ การแสดงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับบนหน้าจอล็อค จะช่วยให้คนเก็บได้ติดต่อคุณได้ง่ายขึ้น (ตั้งค่าได้ใน Find My Device/Find My Lost Mode)
คำถามที่พบบ่อย
1. ถ้าโทรศัพท์หาย แล้วปิดเครื่องอยู่ จะตามหาได้ไหม?
สำหรับโทรศัพท์ Android ทั่วไป การตามหาโทรศัพท์มักจะทำได้ยากมากครับ เพราะเครื่องไม่สามารถรายงานตำแหน่งได้ ยกเว้นแต่โทรศัพท์รุ่นใหม่มากๆ และอยู่ในบริเวณที่มีอุปกรณ์อื่นในเครือข่าย Find My Device (สำหรับ Android) หรือ Find My network อยู่ใกล้เคียง ซึ่งอาจช่วยระบุตำแหน่งได้คร่าวๆ ครับ
2. โทรศัพท์ไม่มีอินเตอร์เน็ต แล้วโทรศัพท์หาย จะตามหาได้ไหม?
โดยทั่วไปแล้ว ฟังก์ชันติดตามตำแหน่งต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรายงานตำแหน่งของเครื่อง แต่สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ๆ ที่รองรับ Find My network ยังสามารถถูกหาเจอได้แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ต โดยใช้อุปกรณ์ Apple เครื่องอื่นที่อยู่ใกล้เคียงเป็นตัวกลางในการรายงานตำแหน่งครับ
3. แจ้งความโทรศัพท์หาย มีโอกาสได้คืนจริงไหม?
โอกาสที่จะได้โทรศัพท์คืนจากการแจ้งความ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น ลักษณะการหาย สถานที่ และความโชคดี การแจ้งความเป็นประโยชน์หลักๆ ในการทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานสำหรับบล็อกซิม/เครื่อง หรือการเคลมประกันมากกว่าครับ
เลือกซื้อสินค้าจาก Melonthai
ที่ Melonthai เรามีโทรศัพท์มือถือคุณภาพหลากหลายรุ่นให้คุณเลือกสรร คุณสามารถทักมาปรึกษากับแอดมินเพื่อให้คุณได้รับโทรศัพท์มือถือที่เหมาะสมตามความต้องการ คลิกที่นี่เพื่อดูสินค้าทั้งหมด